กินเจ กินมัง กินกันแบบไหน? ต่างกันอย่างไร?

Last updated: Feb 15, 2016  |  3420 จำนวนผู้เข้าชม  |  Articles

กินเจ กินมัง กินกันแบบไหน? ต่างกันอย่างไร?

การทานเจ หรือทานมังสวิรัติในประเทศไทย ปัจจุบันนี้เป็นที่แพร่หลายอย่างมาก บางท่านเลือกทานเพราะสุขภาพ เลือกทานเพราะอร่อย เลือกทานเพราะไปบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือทานเพราะความเชื่อจากศาสนาต่างๆ หลายคนอาทิตย์ละวัน เดือนละอาทิตย์ หรือทานกันตลอดทั้งชีวิตก็มีเยอะมาก สังเกตุได้จากปัจจุบัน ไม่ว่าเซเว่น หรือแหล่งช๊อปปิ้งใหญ่ๆหลายแห่งก็มีร้านอาหารเจ อาหารมังให้ทานกันตลอดทั้งปี

แต่หลายครั้งก็มีคนค่อนข้างสับสนว่า การทานเจ คืออะไร ต่างจากการทานมังสวิรัติอย่างไร อะไรทานได้อะไรทานไม่ได้ วันนี้ผมเลยขออนุญาตมาพูดถึงเรื่องรูปแบบการทานเจ หรือทานมังสวิรัติที่พบเห็นมากในไทย 4 รูปแบบนะครับ ลองอ่านดูกันครับ

 

1. การกินเจแบบเคร่งครัด หรือการกินเจแบบ เจเดือนเก้า “”เก๋าเอวี่ยวเจ” กล่าวคือ การกินเจแบบบริสุทธ์ ไม่สามารถรับประทาผลิตภัณท์ใดๆที่มีส่วนประกอบ หรือมีการรบกวนสิ่งมีชีวิตใดๆโลกนี้ได้เลย ไม่ว่าการรับประทานนั้น จะไม่ทำให้เกิดการฆ่าสัตว์โลกเหล่านั้น หรือไม่ก็ตาม และการกินเจ แบบดังกล่าวนี้ ยังห้ามไปถึงการรับประทานผักที่มีกลิ่นฉุนและไม่ดีต่อสุขภาพอีก 5 ชนิด อันเป็นความเชื่อมาจากประเทศจีน ดังนี้
• กระเทียม (หมายรวมไปถึง หัวกระเทียม ต้นกระเทียม)
• หัวหอม (หมายรวมไปถึง ต้นหอม ใบหอม หอมแดง หอมขาว หอมหัวใหญ่)
• หลักเกียว (คือกระเทียมโทนจีน ลักษณะคล้ายหัวกระเทียม แต่มีขนาดเล็กและยาว กว่า ในประเทศไทยไม่พบว่าปลูกแพร่หลาย)
• กุ้ยฉ่าย (ใบคล้ายใบหอม แต่แบนและเล็กกว่า)
• ใบยาสูบ (บุหรี่ ยาเส้น ของเสพติดมึนเมา)
การทานเจแบบเคร่งครัดนี้ มีบางความเชื่อกล่าวกันว่า สามารถทานหอยนางรมหรือน้ำมันหอยได้ แต่อย่างไรก็ตามความเชื่อนี้ก็ไม่ได้ถู
กสนับสนุนจากผู้คนหมู่มากเท่าไรนัก เนื่องจากเมื่อคิดตามหลักความเป็นจริงแล้ว หอยนางรมก็เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง อย่างไม่น่าจะหาอะไรมาโต้แย้งได้


2. การกินเจแบบสถานธรรม การกินเจแบบนี้จะเป็นการกินเจตามความเชื่อจากประเทศไต้หวัน โดยคนที่กินเจชนิดนี้จะยึดถือการกินเจตลอดชีวิต โดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น การกินเจแบบนี้โดยส่วนใหญ่ ผู้ทานจะได้กล่าวคำปฏิญาณ ต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไว้แล้ว ว่าจะไม่รับประทานเนื้อสัตว์ รวมถึงไม่ทานผักต้องห้ามห้าชนิดดังที่กล่าวไว้ข้างต้นด้วย ข้อยกเว้นขอการทานเจแบบนี้คือ จะสามารถรับประทาน ผลิตภัณ์จากนมและไข่ไก่ได้

3. การกินเจแบบมังสวิรัติ การกินเจแบบนี้อาจกล่าวง่ายๆคือสามารถทานได้ทุกอย่างที่ไม่ได้มาจากการฆ่าสัตว์ สามารถทานพืชผักผลไม้ได้ทุกชนิด และยังสามารถทานผลิตภัณฑ์จากนม เนย ไข่ต่างๆได้ทั้งหมด การกินเจแบบมังสวิรัติ จะเป็นการกินเจแบบ ไม่ได้มีความเชื่อมาเกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นการกินเจเพื่อสุขภาพ การกินเจแบบนี้จึงข้องข้างเป็นการกินเจที่ค่อนข้างแพร่หลาย ทั้งในประเทศแถบเอเชียและตะวันตก การกินมังสวิรัติสำหรับชาวตะวันตก ที่จริงแล้วยังสามารถแยกออกไปได้อีกหลายหมวดหมู่ อาทิเช่น มังสวิรัติที่สามารถทานปลา, การกินแบบชีวจิต, มังสวิรัติที่ไม่ทานเฉพาะสัตว์เนื้อแดง เป็นต้น แต่สำหรับในประเทศไทย คำว่ามังสวิรัติ จะต้องละเว้นเนื้อสัตว์ทั้งหมดเลย บางท่านอาจเข้าใจผิดว่ามังสวิรัติสามารถทานน้ำปลา หรือสามารถเขี่ยเนื้อออกแล้วทานส่วนที่เหลือได้ มังสวิรัติที่แท้จริง จะต้องไม่มีการทานเนื้อสัตว์ หรือของที่มีน้องสัตว์เจือปนใดๆ เลย ฉนั้นถ้าเจเขี่ยหรือมังเขี่ย ขออนุญาตไม่จัดอยู่ในหมวดหมู่ใดๆนะครับ

4. การกินมังแบบฮินดู การกินแบบนี้จะงดเว้นเนื้อสัตว์และสิ่งที่มีส่วนผสมจากสัตว์เกือบทั้งหมดครับ ไม่ทานไข่ แต่ทานเฉพาะเนยและนมเท่านั้น การทานแบบนี้จะเป็นการทานตามความเชื่อทางศาสนานะครับ

รูปแบบ
พืช ต้องห้าม
 ผลิตภัณฑ์นม
 ไข่ไก่ 
สัตว์ทะเล รวมถึงหอยนางรม
ทานเจแบบเคร่งครัดห้ามห้ามห้ามห้าม
ทานแบบสถานธรรมห้ามทานได้ทานได้ห้าม
ทานแบบมังสวิรัติทานได้ทานได้ทานได้ห้าม
ทานแบบฮินดูทานได้ทานได้ห้ามห้าม


ท่านผู้อ่านละครับ ทานกันแบบไหนครับ มาแชรร์ประสบการ์ณการทานกันได้นะครับ ดูจากตารางแล้วการทานเจแบบเคร่งครัด จะเป็นการทานที่มีข้อห้ามมากที่สุดนะครับ
แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะทานเจทานมัง ในรูปแบบไหน ก็ไม่มีการเบียดเบียนชีวิตนะครับ สังเกตง่ายๆ สิ่งที่เราทานลงไปต้องไม่ทำให้่ชีวิตใครต้องดับไป การทานนม วัวก็ยังไม่ตายนะครับ อาจจะรบกวนเค้าบ้างแต่ก็รบกวนให้น้อยที่สุดครับ ส่วนไข่ไก่ ปัจจุบันนี้ไข่ไก่ที่เราทานจากฟาร์มทั้งหมดก็เป็นไข่ไก่ที่ยังไม่ได้รับการผสมครับ จึงไม่สามารถฟักเป็นชีวิตได้แน่นอนครับ ยอมรับครับว่านิดหน่อยก็ยังคงมีการรบกวนชีวิตสัตว์ แต่ก้เป็นการรบกวนที่น้อยที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ครับ "ชีวิตใคร ใครก็รักครับ"

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com